หน้าหลัก
Tuesday, 07 September 2010
 
 
หลักการปฏิบัติงานของ ตชด. PDF พิมพ์ ส่งเมล์
ตำรวจตระเวนชายแดนเป็นตำรวจหน่วยหนึ่งที่มีเกียรติประวัติที่ดีงาม  ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย  นับแต่สถาบันพระมหากษัตริย์  รัฐบาลทุกรัฐบาล  หน่วยงานต่างๆทั้งพลเรือน  ตำรวจและทหาร  รวมทั้งประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในเมืองและชนบท  ทั้งนี้เพราะตำรวจตระเวนชายแดนเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย  ซื้อสัตย์สุจริต  ขยันหมั่นเพียร  ทำงานเพื่อชาติ  เพื่อประชาชนและเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์
     ตำรวจตระเวนชายแดน  เป็นตำรวจหน่วยเดียวที่ไม่เหมือนใคร  และไม่มีใครเหมือน  เพราะเป็นทั้งพลเรือน  ตำรวจ  และทหาร  ในคนๆเดียวที่เป็นตำรวจตระเวนชายแดน  ทั้งนี้เนื่องจากตำรวจตระเวนชายแดนได้ถูก
กำหนดให้จัดตั้งขึ้นโดยมีคุณลักษณะ  ๓  
ประการ  คือ  สามารถทำหน้าที่พิทักษ์รับใช้ประชาชนได้อย่างตำรวจ  สามารถทำหน้าที่ปกป้องชาติและราชบัลลังค์ได้เยี่ยงทหาร  สามารถพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างพลเรือน  และสามารถปฏิบัติการได้ทุกสภาพลมฟ้าอากาศ  ในทุกสภาพภูมิประเทศและในทุกเวลา
ในอดีตผู้บังคับบัญชาของตำรวจตระเวนชายแดนได้เพียรพยายามหล่อหลอมให้ตำรวจตระเวนชายแดนทุกคนอยู่อย่างมีเกียรติ  มีศักดิ์ศรี  ทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์สุจริต
ในปี พ.ศ.๒๕๒๙  เมื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสตำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  ได้รวบรวมแนวความคิดและแนวทางในการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาในอดีตเพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้รวม  ๘  ประการคือ
๑.   
รวบรวมคนดี  มีความรู้  ความสามารถมาสร้างความเป็นปึกแผ่นและความเจริญก้าวหน้าให้กับตำรวจตระเวนชายแดน  ถ้ามองย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าตำรวจตระเวนชายแดนได้รับคนดีมีความรู้  ความสามารถทั้งพลเรือน  ตำรวจ  ทหารและชาวต่างประเทศมาร่วมคิด  ร่วมศึกษา  ร่วมปฏิบัติและให้คำแนะนำมากมายหรือทุกครั้งที่ตำรวจตระเวนชายแดนมีการประชุมในรอบหกเดือนหรือรอบปีหรือเมื่อมีภาวการณ์ของบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป  ตำรวจตระเวนชายแดนจะเชิญผู้รู้มาบรรยาย  เพื่อให้พวกเราได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นๆอย่างกระจ่าง  ซึ่งทำให้ตำรวจตระเวนชายแดนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างผลดียิ่ง
๒.   
การปรับตัวให้เหมาะสมกับภาวการณ์  ตำรวจตระเวนชายแดนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดนเป็นหลัก  แต่เมื่อมีการก่อการร้ายขึ้นภายในประเทศ  ตำรวจตระเวนชายแดนก็เป็นหน่วยแรกที่ทำการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง  จนใครๆนึกว่าตำรวจตระเวนชายแดนถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายเป็นหลัก  ในการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนก็เช่นกัน  ตำรวจตระเวนชายแดนก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับภาวการณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเรากับประเทศเพื่อนบ้านแต่ละประเทศ  และไม่ว่าสถานการณ์ของชาติจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  ตำรวจตระเวนชายแดนก็สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับภาวการณ์ได้เสมอ
๓.  
 การพัฒนาองค์กรโดยต่อเนื่องและเหมาะสม  ต้นกำเนิดของตำรวจตระเวนชายแดน  คือ  ตำรวจรักษาดินแดน ( พ.ศ.๒๔๙๔ )  ตำรวจรักษาชายแดน ( พ.ศ.๒๔๙๖ )  แล้วยุบรวมเป็นตำรวจตระเวนชายแดน
(
พ.ศ.๒๔๙๘ )  และถูกปรับเป็นตำรวจภูธรชายแดนในปี พ.ศ.๒๕๐๓  และกลับมาเป็นตำรวจตระเวนชายแดนอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.๒๕๑๕  ต่อมาได้มีการปรับการจัดอีก  ๒   ครั้ง  ในปี พ.ศ.๒๕๑๙  และปี พ.ศ.๒๕๒๙
ตำรวจตระเวนชายแดนได้มีการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องให้เหมาะสมกับภาวการณ์ตลอดมา  
โดยเฉพาะการปรับการจัดในระดับล่างที่ต่ำกว่าแผนกและกองร้อย  เราสามารถปรับการจัดได้ตลอดเวลาแล้วเสนอให้กรมตำรวจอนุมัติ  ในอดีตมีการปรับการจัดในระดับล่างเพื่อให้เหมาะสมกับภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกครั้ง  ซึ่งในปัจจุบันก็สามารถทำได้เช่นกัน
๔.   
การพัฒนาบุคคลากรและสืบทอดเจตนารมณ์  ตำรวจตระเวนชายแดนเป็นหน่วยปฏิบัติหน่วยเดียวของกรมตำรวจที่มีศูนย์ฝึกอบรมเป็นของตนเอง  ซึ่งสามารถฝึกกำลังพลของหน่วยให้มีประสิทธิภาพมากเพียงใดก็ได้  นอกจากนั้นตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดส่งบุคคลากรของหน่วยไปรับการอบรมในหลักสูตรต่างๆของกรมตำรวจ  หน่วยทหารและหน่วยพลเรือนอีกด้วย  ในอดีตผู้บังคับบัญชาของตำรวจตระเวนชายแดนจะย้ำเตือนให้รู้ว่าตำรวจตระเวนชายแดนเป็นใคร  มีความเป็นมาอย่างไร  จะปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จได้อย่างไร  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร  ควรปฏิบัติและละเว้นในการปฏิบัติในเรื่องใด  เพื่อให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบทอดแรวความคิดความรู้สึกในความเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีให้ถูกต้องตลอดไป
๕.   
การพัฒนารูปแบบในการปฏิบัติและการกำหนดความชัดเจนในการปฏิบัติ  ไม่ว่าจะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นในความรับผิดชอบของตำรวจตระเวนชายแดนหรือตำรวจตระเวนชายแดนได้รับมอบหมายภารกิจใดมา  
ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการจะศึกษาและคิดค้นวิธีการปฏิบัติให้อย่างชัดเจน  เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องชัดเจนอย่างมีประสิทธิภาพ
๖.   
การสร้างเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีให้กับหน่วย  ผู้บังคับบัญชาในอดีตนอกจากเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับนับถือจากทุกฝ่ายและประชาชนแล้ว  ยังควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นคนดี  มีความรู้  มีความสามารถเพื่อร่วมกันสร้างเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีให้แก่หน่วยอีกด้วย
๗.   
การสร้างขวัญ  กำลังใจและสวัสดิการให้กับผู้ปฏิบัติงาน  ผู้บังคับบัญชาจะอยู่ในจุดที่คับขัน  เพื่อให้แนวความคิดและแนวทางในการปฏิบัติ  ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีขวัญและกำลังใจในการทำงาน  ใครทำงานประสบความสำเร็จก็แสดงความยินดีและยกย่องชมเชย  ในด้านสวัสดิการก็จะให้กับผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก  และจะมีสวัสดิการเพิ่มมากขึ้นให้กับหน่วยที่ต้องปฏิบัติการในสนาม  ทำให้ผู้ปฏิบัติมีขวัญและกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
๘.  
 การเน้นย้ำให้หน่วยมีระเบียบวินัยและมีความซื่อสัตย์สุจริต  โดยผู้บังคับบัญชาเป็นแบบอย่างที่ดีและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกเรื่อง  
      เพื่อนตำรวจตระเวนชายแดนจะเห็นว่าแนวความคิดและแนวทางในการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาในอดีต  (  ก่อน พ.ศ.๒๕๒๙  )  ยังเป็นแนวทางที่ดีที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติของตำรวจตระเวนชายแดนได้ในทุกยุคและทุกสมัย  ใครนำไปใช้ก็จะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงานอย่างได้ผลดียิ่ง
พลตำรวจเอก วิภาส  วิปุลากร
อดีตผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนและอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ
๖  
เมษายน  ๒๕๔๖
หนังสือใต้ร่มพระบารมี  ๕๐  ปี ตชด.

 
Top!
Top!